เชื่อว่าตอนนี้แทบทุกคนรู้จัก EV Car กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าเป็นรถพลังงานไฟฟ้าที่จะเข้ามาเปลี่ยนเทรนด์ยานพาหนะของโลก แต่อาจยังไม่ได้เจาะลึกในรายละเอียดว่ารถไฟฟ้าคันเล็กคันใหญ่เหล่านี้จริง ๆ แล้วออกแบบมาให้เป็นแบบไหน ข้อดีและข้อจำกัดของ EV Car คืออะไร วันนี้เรามาเก็บข้อมูล เพื่อให้คนที่กำลังสนใจรถไฟฟ้าขนาดเล็กและใหญ่ได้ใช้ข้อมูลเลือกคันที่ใช่ได้ง่ายมากขึ้นกัน
มารู้จักกับ EV Car ให้มากขึ้นกันก่อน

EV Car ย่อมาจาก Electric Vehicle ซึ่ง EV Car ก็คือรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้านั่นเอง ในตอนนี้มีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นเรื่อย ๆ ออกมาให้พวกเราได้เลือก เห็นได้ชัดเลยว่ารถที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลหรือเบนซินนั้นค่อย ๆ ปรับตัว พัฒนาเครื่องยนต์ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น แม้เครื่องยนต์เหล่านี้จะยังไม่หายไป แต่การเติบโตของรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าก็มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และมีรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของไทยจาก NEX เข้ามาเพิ่มความคุ้มค่าให้กับกลุ่มธุรกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้วย
EV Car 2024 ไทยและต่างประเทศนั้นจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามาแทนเครื่องยนต์แบบสันดาป ระบบไฟฟ้าจะเก็บพลังงานเอาไว้ที่ EV Car Battery ซึ่งสามารถชาร์จได้ และแปลงพลังงานที่เก็บไว้เหล่านั้นมาใช้ในการขับเคลื่อน จุดที่ทำให้หลายคนหันมาใช้รถประเภทนี้กันมากขึ้นนอกจากเรื่องประหยัดพลังงานแล้ว ยังเป็นเรื่องของการดูแลเครื่องยนต์ที่ง่ายกว่าแบบสันดาป รวมทั้งการทำงานที่เงียบ ไปพร้อมกับความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั่นเอง
EV Car แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

สำหรับ EV Car นั้นแบ่งออกเป็นประเภทหลัก ๆ อยู่ 3 ประเภทคือ Hybrid Electric Vehicle : HEV, Plug-in Hybrid Electric Vehicle : PHEV และ Plug-in Electric Vehicles : PEVs แต่ประเภทที่นิยมใช้ที่สุดในตอนนี้จะเป็น PEVs ที่แบ่งแยกย่อยได้อีก ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน เพราะนี่คือประเภทของรถเก๋งไฟฟ้า กระบะ รวมทั้งรถเชิงพาณิชย์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันนั่นเอง
EV Car แบบวิ่งในระยะสั้น
การใช้งาน EV Car Thailand ประเภทนี้จะเน้นการใช้ในระยะสั้น เพื่อเดินทางไปยังละแวกใกล้เคียง มีช่วงของการขับขี่ต่ำ ความเร็วไม่สูงมาก ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็จะเป็นพวกรถกอล์ฟที่เราคุ้นเคย หรือรถที่เอาไว้ส่งผู้ดดยสารตามสนามบินนั่นเอง
EV Car แบบ Battery Electric Vehicle (BEV)
EV Car ในไทยกำลังนิยมใช้แบบนี้มากที่สุด เพราะเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ทำให้แบตเตอรี่ของรถนั้นมาพร้อมขนาดที่ใหญ่ เน้นการวิ่งระยะไกลต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง รถประเภทนี้ไม่มีเครื่องยนต์สันดาปอยู่ภายใน ทำให้ใช้งานได้แบบไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ หรือจะเรียกว่าเป็น Zero Emission ก็ว่าได้ โดยรถเชิงพาณิชย์รุ่นต่าง ๆ ของ NEX ก็จัดอยู่ในประเภทนี้เช่นเดียวกัน
EV Car แบบ (Fuel Cell Electric Vehicle – FCEV)
รถไฟฟ้าหรือ FCEV คือรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากเซลล์เชื้อเพลิงหรือ Fuel Cell ซึ่งเป็นไฮโดรเจนจากการเติมเชื้อเพลิงภายนอก แต่ไม่ปล่อยมลพิษและคาร์บอนไดออกไซด์ ปล่อยเพียงน้ำออกมาเท่านั้น ซึ่งรถในประเภทนี้ก็มีแนวโน้มในการเติบโตที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
EV Car มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ฉบับอัปเดตล่าสุด 2024
เมื่อต้องการใช้ EV Car หรือ EV Car มือสอง มีข้อดีและข้อจำกัดของรถประเภทนี้ในจุดไหนบ้างที่คุณจะพลาดไม่ได้ที่ต้องรู้ก่อน เพื่อประเมินว่าเป็นรถที่สามารถตอบโจทย์คุณได้มากน้อยแค่ไหน
ข้อดีของ EV Car
- ประหยัดค่าเชื้อเพลิง
หลายคนเห็นราคาของรถไฟฟ้าก็จะถือว่าอยู่ในราคาที่สูง แต่เมื่อคำนวณภาพรวมการใช้งานกับค่าน้ำมันแล้วบอกเลยว่าทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมลดลง และในอนาคตข้างหน้ารถไฟฟ้าก็มีแนวโน้มที่ราคาจะถูกลงอีกด้วย เพราะมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมามากขึ้นนั่นเอง ซึ่งการเลือกใช้รถไฟฟ้านั้นนอกจากประหยัดค่าน้ำมัน ยังช่วยประหยัดเวลา เพราะคุณจะสามารถวางแผนการเดินทางได้แม่นยำมากขึ้น โดยการติดตั้ง EV Car Charger ที่บ้าน และชาร์จก่อนออกเดินทางได้ โดยไม่ต้องแวะเติมน้ำมันอีกต่อไป
- ทำงานเงียบ ไร้เสียงรบกวน
เรื่องนี้อาจไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่เมื่อได้ใช้งานจริง การทำงานที่เงียบ ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่ดีในการขับขี่ให้คุณได้มากขึ้น
- ประหยัดค่าบำรุงรักษามากกว่า
รถไฟฟ้าแบบ BEV มีหัวใจหลักที่แบตเตอรี่ ซึ่งใช้ได้ 10-20 ปี กว่าจะต้องปรับเปลี่ยน ดังนั้นเพียงนำรถมาเช็คตามระยะ ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องหรือส่วนอื่น ๆ เหมือนรถสันดาปอีกต่อไป ถือว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
- ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
เมื่อขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ไม่มีการเผาไหม้ ก็จะไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ ยิ่งถ้าเป็นภาคธุรกิจที่ใช้รถบรรทุก รถอุตสาหกรรม และปรับมาใช้รถไฟฟ้า บอกเลยว่าธุรกิจของคุณจะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งยังได้สิทธิพิเศษอีกมากมายจากรัฐบาล ที่กำลังสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดอีกด้วย

ข้อเสียของ EV Car
- ระยะทางจำกัด
ก่อนเดินทางคนใช้รถไฟฟ้าต้องวางแผนเส้นทาง การแวะชาร์จกันให้ เพราะการใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนนั้นมีข้อจำกัดในเรื่องระยะทาง
- การชาร์จใช้เวลานาน
สำหรับเวลาในการชาร์จแบบ DC ขั้นพื้นฐานอย่างน้อยก็จะอยู่ที่ประมาณ 30 นาที หากต้องการให้เต็มพร้อมวิ่งกันยาว ๆ ก็อาจใช้เวลา 60 นาที ดังนั้นเรื่องนี้อาจทำให้ผู้ใช้รถไฟฟ้าต้องเจอข้อจำกัดได้ แต่ถ้าคุณมีที่ชาร์จไว้ที่บ้านก็จะช่วยให้สะดวกในการขับขี่และลดระยะเวลาในการออกไปชาร์จข้างนอกได้
คัดรถไฟฟ้าที่ดีที่สุดมาให้คุณที่ MP E-Power
หลังจากได้รู้จักกับรถพลังงานไฟฟ้ากันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และต้องการตามหารถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การทำธุรกิจมากที่สุด มาที่ MP E-Power เพื่อทำความรู้จักกับ NEX ให้มากขึ้น เพราะแบรนด์นี้คือรถไฟฟ้าแบรนด์ไทยแบรนด์แรกที่เน้นการผลิตออกมา เพื่อตอบโจทย์คนทำธุรกิจอย่างครอบคลุม ทั้งรถเพื่อธุรกิจคมนาคม รถขนส่ง และอุตสาหกรรม ที่นี่มีรถไฟฟ้าเตรียมเอาไว้ให้คุณได้เลือก และทาง MP E-Power ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ พร้อมให้บริการคุณอย่างเต็มที่ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ
หากสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อเข้ามาได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 098-226-9663 E-mail : info@mpepowernex.com หรือที่ LINE พร้อมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารที่อัปเดตแบบสดใหม่ได้ที่ Facebook : NEX by MP E-Power
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ EV Car
รถEVรุ่นไหนถูกสุด
สำหรับรถ EV ที่จัดว่าถูกที่สุดในปี 2567 คือ VOLT City EV FOR-TWO ในราคา 365,000 บาท
รถ EV มีปัญหาอะไรบ้าง
ปัญหาที่ผู้ใช้งานจริงเจอในตอนนี้จะเป็นเรื่องของการชาร์จไฟที่ใช้เวลานานกว่าการเติมน้ำมัน ข้อจำกัดด้านระยะทาง และอู่ซ่อมที่ถือว่ายังมีน้อย แต่ถ้าคุณรู้ข้อจำกัดเหล่านี้ก่อนจะวางแผนเลือกซื้อคันที่เหมาะได้ง่ายมากขึ้นอย่างแน่นอน
รถ EV คือรถอะไร
รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งแบบใช้พลังงานไฟฟ้า 100% และใช้ร่วมกับน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งจากเซลล์เชื้อเพลิงอีกด้วย
รถ EV รุ่นไหนดี 2024
สำหรับรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์มากที่สุดในปี 2024 ต้องยกให้กับรถจากทาง NEX ที่จัดจำหน่ายโดย MP E-Power เพราะออกแบบมาได้ครอบคลุมทุกธุรกิจ ใช้งานได้อย่างทรงพลังและมีประสิทธิภาพ

